วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560 29:12 น.
ประชาสัมพันธ์
Home >> บทความศาสนา >> คุตบะห์ >> คุณธรรมต่อเพื่อนบ้าน
คุณธรรมต่อเพื่อนบ้าน

คุณธรรมต่อเพื่อนบ้าน

คุณธรรมต่อเพื่อนบ้าน

اَلْحَمْدُ ِللهِ الَّذِيْ خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَاْلاَرْضَ وَجَعَلَ الظُّلُمَاتِ وَالنُّوْرَ .  ثُمَّ الَّذِيْنَ كَفَرُوْا بِرَبِّهِمْ يَعْدِلُوْنَ .  وَأَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ بِيَدِهِ مَلَكُوْتُ كُلِّ شَيْءٍ وَ إِلَيْهِ تُرْجَعُوْنَ .  وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا رَسُوْلُ اللهِ الَّذِيْ خَتَمَ اللهُ بِهِ النَّبِيِّيْنَ .  وَأَنْزَلَ عَلَيْهِ الْقُرْآنَ بَصَائِرَ لِلنَّاسِ وَهُدًى وَرَحْمَةً لِقَوْمٍ يُوْقِنُوْنَ . اَللَّهُمَّ صَلِّ وَسَلِّمْ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِهِ وَأَصْحَابِهِ وَمَنْ تَبِعَهُمْ بِإِحْسَانٍ إِلَى يَوْمِ يُبْعَثُوْنَ .

أَمَّا بَعْدُ فَيَاعِبَادَ اللهِ . أُوْصِيْكُمْ وَنَفْسِيْ أَوَّلاً بِتَقْوَى اللهِ تَعَالَى وَطَاعَتِهِ .  فَقَدْ قَالَ اللهُ تَعَالَى فِي الْقُرْآنِ اْلكَرِيْمِ :   قَدْ جَاءَكُمْ مِنَ اللهِ نُوْرٌ وَكِتَابٌ مُبِيْنٌ  يَهْدِيْ بِهِ اللهُ مَنِ اتَّبَعَ رِضْوَانَهُ سُبُلَ السَّلاَمِ وَيُخْرِجُهُمْ مِنَ الظُّلُمَاتِ إِلَى النُّوْر بِإِذْنِهِ وَيَهْدِيْهِمْ إِلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيْمٍ

ท่านพี่น้องร่วมศรัทธาที่รัก

          อิสลามเป็นศาสนาที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกับสังคมเพื่อนบ้าน โดยมีคุณธรรมต่อกันและกัน ห้ามสร้างความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้าน (جِيْرَانٌ) ซึ่งคำว่า (جِيْرَانٌ) หรือเพื่อนบ้านตามหลักการอิสลามมีอยู่สามประเภทด้วยกัน

          ประเภทที่ 1 เพื่อนบ้านที่เป็นมุสลิมและเป็นเครือญาติใกล้ชิด เขาต้องได้รับสิทธิสามประการดังต่อไปนี้ คือสิทธิของการเป็นเพื่อนบ้าน สิทธิของความเป็นมุสลิม และสิทธิของความเป็นเครือญาติ

          ประเภทที่ 2 เพื่อนบ้านที่เป็นมุสลิม เขาต้องได้รับสิทธิสองประการ คือสิทธิความเป็นมุสลิม และสิทธิของความเป็นเพื่อนบ้าน   

ประเภทที่ 3 เพื่อนบ้านที่มิใช่มุสลิมเขาได้รับสิทธิหนึ่งประการ คือให้แสดงความมีคุณธรรมแก่เขาในฐานะความเป็นเพื่อนบ้าน

ได้มีรายงานที่บันทึกโดยท่านบุคอรีย์และมุสลิมจากอบูฮุรอยเราะห์ว่า

أَنَّ رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ  قَالَ : وَاللهِ لاَ يُؤْمِنُ وَاللهِ لاَ يُؤْمِنُ  وَاللهِ لاَ يُؤْمِنُ  قِيْلَ مَنْ يَارَسُوْلَ اللهِ  قَالَ : مَنْ لاَ يَأْمَنُ جَارُهُ بَوَائِقَهُ  : متفق عليه

          ความว่า  “แท้จริงนบีมุฮำหมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า ไม่ถือว่าเขามีอีหม่านอย่างสมบูรณ์ ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า ไม่ถือว่าเขาอีหม่าน อย่างสมรบูรณ์ ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า ไม่ถือว่าเขาอีหม่านอย่างสมบูรณ์ จึงมี ซอฮาบะห์ท่านหนึ่งถามว่า ใครกันโอ้ท่านร่อซู้ลซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านร่อซู้ลซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวตอบว่า คือเพื่อนบ้านของเขาไม่ได้รับความปลอดภัยจากความชั่วร้ายของเขา

          การยืนยันด้วยการสาบานของท่านร่อซู้ลซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถึงสามครั้ง ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเพื่อนบ้านและถือว่าขาดคุณธรรมต่อผู้ที่สร้างความเดือดร้อนแก่บ้านใกล้เรือนเคียงและท่านนบีมุฮำหมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวเตือนให้ทราบว่าผู้ที่สร้างความเดือดร้อนอันตรายต่อเพื่อนบ้านคือผู้ที่ไม่มีอีหม่าน ต่ออัลลอฮ์และวันอาคิเราะห์อย่างสมบูรณ์

          ซึ่งมีรายงานจากอะบูฮุรอยเราะห์ว่า

مَنْ كَانَ يُؤْمِنُ بِاللهِ وَالْيَوْمِ اْلآخِرِفَلاَ يُؤْذِى جَارَهُ  :  رواه البخاري  ومسلم

          ความว่า  “ผู้ที่อีหม่านต่ออัลลอฮ์ และวันอาคิเราะห์เขาจะต้องไม่สร้างความเจ็บเนื้อร้อนใจแก่เพื่อนบ้านของเขา”

          คำสั่งเสียจากท่านนบีมุฮำหมัด (ศ็อลฯ) มิได้แบ่งแยกในกรณีของการทำความดีมีคุณธรรมต่อเพื่อนบ้านว่าต้องเป็นมุสลิมหรือไม่ เพื่อนบ้านทุกคนมีสิทธิได้รับคุณงามความดีจากเพื่อนบ้านของเขาด้วยกันทั้งนั้น

          ดังปรากฏจากท่านอับดุลลอฮ์ บุตรของท่านอุมัร ท่านมีเพื่อนบ้านเป็นชาวยิว เมื่อคราใดที่ท่านได้เชือดแกะ ท่านจะกล่าวว่า

          ท่านทั้งหลายโปรดแบ่งแกะส่วนหนึ่งแก่เพื่อนบ้านของเราที่เป็นชาวยิวด้วย

          ได้มีรายงานที่ถูกบันทึกจากท่านบัยฮะกีย์ จากรายงานของอะบูฮุรอยเราะห์ ว่า มีชายผู้หนึ่งมาพบท่านนบีมุฮำหมัด (ศ็อลฯ) และกล่าวว่า โอ้ท่านร่อซูลุ้ลลอฮ์ โปรดชี้ให้แก่ฉันในงานชิ้นหนึ่งที่ฉันทำไปแล้วจะได้เข้าสวรรค์ของอัลลอฮ์ และท่าน นบีมุฮำหมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวแก่ชายผู้นี้ว่า (كُنْ مُحْسِنًا) จงเป็นผู้มีคุณธรรม ชายผู้นี้ก็ถามอีกว่า โอ้ท่านร่อซูลุ้ลลอฮ์ ฉันจะทราบได้อย่างไรว่าฉันเป็นคน  (مُحْسِنٌ) มีคุณธรรม ท่านนบีมุฮำหมัด (ศ็อลฯ) ตอบชายผู้นี้ว่า ท่านจงถามเพื่อนบ้านของท่าน ถ้าแม้นเขาทั้งหลายกล่าวว่าท่านเป็นคนดีมีคุณธรรมท่านก็เป็นผู้นั้น และถ้าแม้นว่าเขาทั้งหลายกล่าวว่า ท่านเป็นคนไม่ดีท่านก็เป็นผู้นั้น

ท่านพี่น้องที่รัก

          ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความสุขขึ้นได้ในหมู่บ้าน คือ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันประดุจดังน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า นั้นหมายความว่า เป็นมนุษย์ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือกันเท่าที่มีความสามารถ ไม่สร้างความเดือดร้อนในการรับจนกลายสภาพเป็นคนเห็นแก่ตัว ได้คืบเอาศอกจนเพื่อนบ้านเบื่อระอา หรือไม่เคยให้อภัยแก่เพื่อนบ้านเลยในสิ่งที่อาจกระทบกระทั่งโดยไม่ได้ตั้งใจ

          ท่านพี่น้องทราบไหมว่า ส่วนหนึ่งของความเป็นผู้มีคุณธรรม (مُحْسِنٌ) คือ ผู้นั้นมีความอดทนอดกลั้นบ้าง ในความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากเพื่อนบ้านเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องริดรอนสิทธิ์หรืออื่นใดก็ตาม และถึงแม้นว่าเพื่อนบ้านนั้นไม่ใช่มุสลิม

          ซึ่งมีรายงานเล่าจากท่านซะฮ์ล บุตรอับดุลเลาะห์ อัสตุสตุรีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮ์ ว่า แท้จริงเขามีเพื่อนบ้านที่เป็นกาฟิรซิมมีมะยูซี ได้ทำท่อระบายน้ำโสโครกไหลท่วมล้นเข้าบ้านของซะฮ์ล และซะฮ์ลได้นำถังมารองน้ำโสโครกทุกวันพร้อมกับท่านได้แอบเอาไปทิ้งในยามดึก เพื่อมิไห้ใครทราบ เวลาได้ผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งซะฮ์ล มีอาการป่วยใกล้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์ เพื่อนบ้านซึ่งเป็นกาฟิรซิมมี ได้เข้าไปในบ้านของซะฮ์ล และได้พบเห็นว่า น้ำจากท่อระบายน้ำโสโครก หยดใส่ถังซึ่งอยู่ในบ้านของซะฮ์ล

          เขากล่าวว่า… นี่มันอะไรกัน

          ซะฮ์ล ตอบว่า… มันหยดลงมาเป็นเวลาอันยาวนานแล้วจากท่อระบายน้ำสกปรกของบ้านท่าน ฉันรองมันกลางวันและเททิ้งในยามดึก ถ้าแม้นท่านไม่มาเยี่ยมฉัน ฉันก็จะไม่บอกท่านหรอก และฉันกลัวจะเกิดเรื่องแบบนี้แก่ผู้อื่น นอกจากฉันอีก ดังนั้นท่านจะทำอย่างไรต่อไป

          ชายเพื่อนบ้านที่เป็นกาฟิรซิมมี จึงกล่าวว่า..  โอ้ผู้ที่ฉันนับถือ ท่านปฏิบัติอย่างนี้กับฉันมาเป็นเวลาอันยาวนาน แต่ฉันยังคงสภาพเป็นกาฟิรอยู่ ได้โปรดยื่นมือของท่านมาเถิด และฉันขอปฎิญาณว่า (لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ  مُحَمَّدٌ رَسُوْلُ اللهِ)  ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ นอกจากอัลลอฮ์ และนบีมุฮัมหมัดเป็นศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์

          ต่อมาหลังจากนั้นอีกไม่นาน ซะฮ์ล ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์   ขออัลลอฮ์ได้ทรงฮิดายะฮ์พวกเรา ให้ได้เป็นผู้มีคุณธรรมต่อเพื่อนบ้านทั้งกิริยา วาจา และจิตใจ โปรดให้พวกเราสวยงามในบั้นปลายของชีวิต แท้จริงอัลลอฮ์ทรงสงสารและทรงเมตตายิ่ง

أَقُوْلُ قَوْلِيْ هَذَا وَأَسْتَغْفِرُ اللهَ الْعَظِيْمَ لِيْ وَلَكُمْ  وَلِسَائِرِ الْمُسْلِمِيْنَ وَالْمُسْلِمَاتِ فَاسْتَغْفِرُوْهُ إِنَّهُ هُوَ الْغَفُوْرُ الرَّحِيْمُ

 

คุตบะห์ฉบับไฟล์ PDF

  • ดาวน์โหลดไฟล์คุตบะห์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

กรุณาเติมคำตอบในช่องว่างก่อนเข้าระบบ *

Scroll To Top